• โทร : 086-4200726

FTTx คืออะไร + เล่าประสบการณ์การใช้งาน Fiber Optic ทั้ง 5 ยี่ห้อของไทย

บทความจาก Ripmilla

FTTx คืออะไร + เล่าประสบการณ์การใช้งาน Fiber Optic ทั้ง 5 ยี่ห้อของไทย

วงนี้เป็นช่วง Turning Point สำหรับวงการ Internet Broadband ของประเทศไทยเพราะว่า มีการอัพเกรดเทคโนโลยี FTTx ขึ้นมาให้บริการตามบ้าน ในราคาที่น่าคบหา บวกกับ มีเจ้าใหญ่ๆลงมาแข่งขันกันมากขึ้น ทำให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานอย่างเราๆเยอะมากครับ เพราะยิ่งแข่งกันเท่าไหร่ ค่าเน็ตที่เราจ่ายไป ก็จะฃได้ความเร็วมากขึ้นเท่านั้นนั่นแหละครับ

 

ซึ่งช่วงนี้ ผมทำการวางระบบ Network ให้กับลุกค้า โดยที่ก็นำเอาอิทเทอร์เน็ตแบบ Home Use ที่เป็น Fiber Optic มาใส่ใน Solution โดยที่ผ่านการติดตั้งมาแล้วทุกเจ้า ไม่ว่าจะเป็น 3BB Fiber / AIS Fiber / C internet / TOT และ True ครับ เลยมาเล่าประสบการณ์ว่าแต่ละเจ้าต่างกันอย่างไร โดยจะขออนุญาติรีวิวเรียงกันตามตัวอักษรยี่ห้อนะครับ ไม่ได้ตามความดีงามแต่อย่างใด

แต่ก่อนจะเล่าถึงแต่ละเจ้าขอให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและข้อจำกัดของมันกันซักนิดละกันครับ

FTTx คืออะไร???

 

เป็นบริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่าย Fiber Optic ที่ใช้แสงในการส่งข้อมูลแบบ PON (Passive Optical Network) ซึ่งข้อดีของการใช้ Fiber Optic ก็คือ สัญญาณรบกวนน้อย ส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ในระยะไกลๆ ซึ่่งโครงข่ายก็จะเป็นอย่างในรูปนี่แหละครับ

โดยที่ FTTx ย่อมากจาก Fiber to the xxx ..ซึ่งไอ้ xxx เนี่ย ก็แล้วแต่เลยครับ ว่าอยากจะลากเข้าไปที่ไหน มีหลายอันมาก เช่น

FTTH = Fiber to the Home

FTTB = Fiber to the Building

FTTO = Fiber to the Office

จริงๆแล้ว ไม่เห็นจะต้องไปทำ X ให้มันปวดหัวเลย วันดีคืนดี อยากจะทำ Fiber to the Toilet ก็ได้นะ

เทคโนโลยี FTTx เกิดขึ้นมาเพราะว่า การจะลาก Fiber Optic ไปยังแต่ละบ้านเข้าไปยัง Core Switch ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมันเป็นราคาที่แสนแพง + เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้  ก็เลยใช้เทคนิคในการ Split สัญญาณออกเป็นหลายๆเส้นเพื่อทำให้การเดินโครงข่าย Fiber Optic มันง่ายขึ้น ซึ่งในระบบของ FTTx จะมีอุปกรณ์ทั้งหมด 3 ตัวหลักๆด้วยกัน

OLT = Optical Line Terminal เป็นอุปกรณ์ควบคุมเครือข่าย FTTx นี่แหละครับ โดยจะรับข้อมูลจากทางผู้ให้บริการแล้วส่งข้อมูลไปยังบ้านต่างๆ

Splitter = เป็นตัวที่จะแตกสาย Fiber ออกเป็นหลายๆเส้นเพื่อเดินทางไปยังแต่ละบ้าน

ONU = Optical Network Unit จะถูกติดตั้งเป็น Router อยู่ตามบ้านเพื่อทำหน้าที่รับข้อมูลจาก OLT ทำให้บ้านนั้นๆสามารถใช้งาน Internet ได้

ข้อดีของระบบ PON ซึ่งตอนนี้เป็น GPON ก็คือ ความเร็วสูงมาก ขา Download สูงสุดถึง 2.5gbps ส่วนอัพโหลดก็ระเบิดไปได้ถึง 1.2 gbps ทำให้กลายเป็นมาตรฐานที่สำคัญของการขยายโครงข่าย Internet ความเร็วสูงในอนาคตเลยครับ ซึ่งนอกจากใช้งานอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ยังสามารถใช้ให้บริการอื่นๆ เช่นการดู Cable TV หรือสายโทรศัพท์ได้ในเส้นเดียวเลยด้วย

เอาล่ะ ได้เวลาเล่าถึงประสบการณ์การใช้งานแต่ละยี่ห้อ โดยจะขอเทียบทั้ง 5 เจ้า ได้แก่ 3BB / AIS Fiber / C Internet / TOT / True นะครับ


3BB

เป็นโครงข่ายที่ผมชอบจับมาทำระบบ Network ให้ลูกค้า ขอบเขตการให้บริการหนาแน่นที่ต่างจังหวัด ปริมาณ Bandwidth ทั้ง Local เยอะ แต่สำหรับฝั่ง Inter อาจจะยังไม่ฉูดฉาดเท่าไหร่ ในแง่ของราคาถือว่าเปิดราคาเริ่มต้นได้สูงกว่าชาวบ้าน คือ ทำราคา 30/3Mbps ในราคาเดือนละ 1,200 บาท แบบ Home use

เมื่อเชื่อมต่อ ส่วนใหญ่จะได้ IP จริงๆ ที่สามารถใช้กับระบบกล้องวงจรปิด หรือระบบ Remote ได้ ตัว Router ที่ใช้เป็น Huawei HG8245 ที่มีรหัสผ่านมาตรฐาน สามารถเข้าไปปรับแก้แบบเบื้องลึกได้ตามใจชอบ แต่ Huawei HG8245 นี่ก็เป็น ONU รุ่นธรรมด๊า ธรรมดามากๆ ไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่

ผมแนะนำว่าเหมาะกับคนที่มีงบประมาณหน่อยหากจะใช้ 3BB เพราะ Package เริ่มต้นค่อนข้างสูงกว่าใครเพื่อน


AIS Fiber

ผู้ให้บริการอินเทอรฺ์เน็ตความเร็วสูงหน้าใหม่ ที่เป็นหน้าเก่าในวงการโทรคมนาคม หลังจากที่สองปีที่ผ่านมาทำตลาดด้วย Airnet ที่ใช้การเชื่อมต่อผ่านระบบ WIFI ในการให้บริการ แล้วมีปัญหากับการให้บริการซะจนต้องยกเลิกการเพิ่มลูกค้า Airnet ไป ทาง AIS จึงมาทุ่มกับเรื่องของ FTTx แทนด้วยชื่อ AIS Fiber .. สำหรับข้อดี เห็นจะเป็นการที่มีบริการ HOOQ ที่เป็น Movie Streaming ให้ดูใน Package ด้วย แต่ก็ยังมีปัญหาช่วงเริ่มต้นหลายประการจากการที่พึ่งขึ้นระบบ Fiber

ปัญหาหลักๆที่เจอก็คือ ทีมติดตั้ง กับ ทีมขายและบริการ เป็นคนละทีมกัน แล้วทำให้หลายๆคนรอบตัวผม เจอปัญหาในการนัดวันติดตั้งมากๆ บอกจะมาก็ไม่มา พอจะโผล่มา ก็โผล่มาในเวลาที่ไม่ได้นัด

นอกจากนั้น ขอบเขตในการให้บริการยังน้อยอยู่ ตัว ONU ก็ล็อครหัส Admin หลักเอาไว้ จนไม่สามารถเข้าไปปรับแต่งอะไรได้

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเลยซะทีเดียว ถ้าเทียบราคา Package แล้ว เริ่มต้นถูก ได้ความเร็วเยอะ … ถ้าเทียบโปรโมชั่น 30/10   Mbps ที่เรียกว่าให้อัพโหลดมามากสะใจ แต่ทำราคาพอๆกับ 3BB เลย แถมยังเป็นเจ้าเดียวที่มีความเร็วสูงสุด 1Gbps ให้บริการอีกต่างหาก ถึงแม้ราคาจะชวนกริ๊ดไปหน่อยก็เถอะ แต่สำหรับองค์กรที่จ่ายค่าเน็ตเดือนละ 20,000 บาท แต่ได้ความเร็วแค่ 10 Mbps มาเห็นเข้าคงกริ๊ด รีบเปลี่ยนโปรโมชั่นโดยพลันครับ


C internet by CAT

น้องใหม่ในร่างดั้งเดิม .. C internet คือ CAT internet ที่ทำ Branding ใหม่ให้ใกล้กับความเป็น Home Use มากขึ้น เพราะภาพลักษณ์ของ CAT จะดูเป็นองค์กรซะมาก ทำให้ผู้ใช้งาน Home Use ทั่วไป อาจจะไม่ได้นึกถึง ก็เลยทำ Brand ใหม่ขึ้นมาเป็นอีก Brand เพื่อตลาด Home Use ซะเลย เปิดตัวมาได้น่าสนใจด้วย Package ราคาเริ่มต้นที่ 690 บาท แต่ได้ความเร็ว 15/1 Mbps …

แต่จุดเด่นคือการที่จ่ายเงินเพิ่มแล้วเลือก Package ที่เป็น IP Public ได้ครับ .. IP Public ก็คือ IP จริงๆ ที่มาการเข้าถึงผ่านทาง Internet ได้ เหมาะกับคนที่อยากจะทำกล้องวงจรปิด ระบบ Cloud ที่บ้าน หรือระบบ VPN อะไรแบบนี้มากๆ

ซึ่งสำหรับผู้ให้บริการเจ้าอื่นๆ ตอนนี้เริ่มที่จะมีการหวง IP จริงๆ แล้วทำระบบที่ชื่อว่า LSN หรือ Large Scale NAT  ที่เป็นกลุ่ม IP Private ขนาดใหญ่ที่เข้าถึงไม่ได้ผ่านทาง Internet มาให้บริการมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ทำให้คนที่อยากจะทำพวกระบบกล้องวงจรปิด วันดีคืนดี ที่เคยใช้ได้ อาจจะใช้ไม่ได้ขึ้นมาก็ได้ ทาง C Internet เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้จุดเด่นนี้มาทำตลาด (เพราะพี่แกมี IP Public เหลือเยอะมากๆ)

ถึงแม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูงกว่าคนอื่น แต่มีจุดเด่นตรงที่ ขอบเขตในการติดตั้งกว้างมากๆ เพราะว่า Node ของ CAT มีทั่วประเทศเรียกได้ว่า พื้นที่ตรงไหน หาที่ติดตั้งไม่ค่อยได้ ส่วนใหญ่ CAT จะปีน จะลาก จะดึงเข้าไปได้เนี่ยแหละครับ ผมเลยมีลูกค้าที่เป็นพวกโรงงาน หรือหมู่บ้านที่ไม่ค่อยจะมี ISP มาลง ได้มีโอกาสใช้ C Internet อยู่บ่อยๆ ตัว Package ที่น่าสนใจ เห็นจะเป็น 30/3 Mbps ในราคา 1,500 บาทที่จะได้การันตีเลยว่าเรามี IP Public มาเลย 1 IP ชัวร์ๆ ไว้ทำงานของเราแน่ๆ

ในแง่โครงข่าย เนื่องจากเป็น CAT ก็เลยมี IIG หรือ International Internet Gateway ของตัวเอง มั่นใจได้ว่า วิ่งออกนอกประเทศแรงเร็วระดับนึง


TOT Fiber2u

อีกหนึ่งผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของ ADSL .. กลุ่มลูกค้ามหนาแน่นในต่างจังหวัด และมีการทำตลาดรุกหนักในกรุงเทพด้วย ถ้าให้พิจารณาจุดเด่นที่ชัดที่สุดก็คือ โปรโมชั่นที่ยั่วยวนชวนสมัครที่สุดในบรรดาผู้ให้บริการทั้งหมดเลย คือแบบ 20/10Mbps ในราคา 700 บาทต่อเดือน ทำไปด้ายยยยยยย เรียกได้ว่า ยังไม่น่ามีใครกล้าทำ Package แรงขนาดนี้มาสู้ ส่วนโปรโมชั่นที่น่าสนใจที่สุดก็คือ 35/15 ในราคาแค่ 1,390 บาท เหมาะมากสำหรับบ้านคนเยอะๆหรือองค์กรไม่เกิน 30 คน หรือสำหรับเน็ตบ้านที่อยากได้ TOT iptv ด้วย ก็เปิดอีกโปรโมชั่นนึงก็จะได้กล่องดูหนัง IP TV มาติดตั้งที่บ้านครับ

อย่างไรก็ตาม TOT ก็ยังถือเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานใน Pantip.com มากพอสมควร มากระดับมีกระทู้กล่าวถึงบ่อยๆ ทำให้คนที่ตั้งกระทู้ TOT ขึ้นกระทู้แนะนำกันบ่อยครั้งเลยทีเดียว


TRUE Super Speed Fiber

เป็นหนึ่งในขาใหญ่ที่ก้าวเข้าสู่การให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรายแรกๆของประเทศไทย เป็นเจ้าที่เรียกได้ว่า คนกรุงเทพใช้กันเยอะสุดๆ สาเหตุก็เพราะ เซิร์ฟเวอร์ของเกมออนไลน์หลายๆยี่ห้อในประเทศไทย อาศัยอยู่ใน Data Center ของ True นี่แหละครับ เลยทำให้ผู้เล่นเกมส่วนใหญ่เลือกใช้ Internet ของ True ไปด้วย ก่อนหน้านี้ True จะให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยระบบ Docsis ที่เป็นสาย Cable TV .. ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าอยากจะดันบริการ Truevision ผนวกไปกับ True Online ที่เป็นอินเทอร์เน็ตด้วย แต่ด้วยตอนหลังๆที่กระแสของ Fiber Optic เริ่มเข้ามา ทำให้ผู้ใช้งานหลายคน ไม่เข้าใจว่า Cable Internet เป็นยังไง เมื่อเทียบกับ Fiber Optic เลยคิดว่า Fiber Optic เป็นของใหม่กว่า เลยแห่กันไปใช้ Fiber Optic กันใหญ่

ซึ่งเอาเข้าจริง Docsis หรือ Fiber Optic ก็ให้ความเร็ว Internet ระดับ 100 Mbps ได้เหมือนกัน แต่วิ่งกันอยู่คนละสายเท่านั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อผู้ใช้งานเค้าอยากจะได้ Fiber Optic ทาง True ก็เลยจัดบริการ FTTx ให้กับเค้าด้วย โดยที่ถ้าหากคุณเลือก Package แบบ 1 บริการคือมี Internet อย่างเดียว ก็จะเป็นราคาตามป้ายเลยครับ ราคาเริ่มต้นถูกกว่าคนอื่น แต่ราคารุ่นกลางถือว่าสูงกว่าคนอื่นนิดหน่อย แต่ทาง True ก็พยายามให้ Bundle เพิ่มขึ้นไปเป็นตัว True Vision Anywhere ที่เป็นบริการดูวีดีโอของ True Vision ผ่านทาง Internet หรือระบบโทรศัพท์บ้านพ่วงไปด้วย

จุดเด่นของ True ก็คงจะเป็นเรื่องเครือข่ายที่เร็วมาก และ CallCener ที่ตอนแรกๆเหมือนจะมีปัญหา แต่ตอนนี้ทีม Call Center แกร่งขึ้นมากแล้ว เริ่มรับมือ ปัญหาและอารมณ์ลูกค้าได้ดีขึ้น ครับ

โดยส่วนตัวไม่อยากชี้ไปชัดๆ ว่าเจ้าไหนเทพกว่าใคร เพราะสุดท้าย ถ้าบ้านของคุณติดได้แค่เจ้าเดียว ก็คงต้องเลือกเจ้านั้นใช่ไหมล่ะครับ แต่อย่างน้อย ถ้าคุณสามารถเลือกที่จะติดใครก็ได้ ก็จะได้พิจารณาตามปัจจัย เช่น ราคา , Support , ความเร็ว , ของแถม อะไรก็ว่าไปครับ หวังว่าจะชอบกัน และถ้าใครมีประสบการณ์ในการใช้ Internet แต่ละยี่ห้อ หรือข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถ Comment มาได้เลยนะครับ ขอบคุณครับ